เอริค เทน ฮาก กำลังวางแผนว่าจะมีการเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูคนใหม่ในอนาคตหรือไม่

เอริค เทน ฮาก กำลังวางแผนว่าจะมีการเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูคนใหม่ในอนาคตหรือไม่

สำหรับในฤดูกาลนี้ก็มีหลายคนที่ได้ตั้งคำถามถึงฟอร์มการเล่นของ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนรายนี้ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทุกๆ เกมตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาล เนื่องจาก ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูมากฝีมือทีมชาติอังกฤษได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลไปจนถึงช่วงจบฤดูกาลนี้

แพดดี้ เคนนี่ อดีตผู้รักษาประตูของ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกิดตั้งคำถามขึ้นมาในความคิดของเขาว่า ดาบิด เด เคอา ยังดีพอสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่หรือไม่ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อที่จะหานักเตะคนใหม่เข้ามาในทีมหรือป่าว ซึ่งถ้าเทียบผลงานกันระหว่างฤดูกาลที่แล้วกับฤดูกาลนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าเขาเล่นได้ผิดฟอร์มมากๆ และเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาเซฟลูกยิงประตูได้ในหลายๆ จังหวะอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้นกับเขาเลยในฤดูกาลนี้

ในตอนนี้ เอริค เทน ฮาก อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเล่นหากว่าในเกมไหนทางด้านของ ดาลิด เด เคอา ไม่สามารถช่วยทีมได้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พ่ายให้กับ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้ที่ถูกวิจารณ์หนักมากหลังจากที่โดนถล่มประตูไปถึง 4 ประตู ซึ่งตรงจุดนี้ก็อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนตั้งคำถึงศักยภาพของ ดาบิด เด เคอา ว่าเขายังดีไม่พอสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือป่าว

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สร้างความกดดันให้กับ ดาบิด เด เคอา ด้วยการเซ็นสัญญายืมตัว มาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาร่วมทีม และทำให้ ดาบิด เด เคอา ต้องมีความกระตือรือล้นมากขึ้นที่จะเรียกฟอร์มของตัวเองกลับมาให้ได้อีกครั้งเพื่อรักษาตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมเอาไว้ และก็ต้องมาติดตามกันต่อไปในอนาคตว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีการเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูคนใหม่หรือไม่

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เอริค เทน ฮาก กำลังวางแผนว่าจะมีการเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูคนใหม่ในอนาคตหรือไม่

ผู้เล่นบางคนของ แมนฯยูไนเต็ด เริ่มไม่แฮปปี้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผู้เล่นบางคนของ แมฯยูไนเต็ด เริ่มไม่แฮปปี้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผู้เล่นในทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มไม่แฮปปี้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าพี่ชายของนักเตะหนุ่มรายนี้ได้เข้าเจรจากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เรื่องการย้ายทีม หลังจากที่นักเตะหนุ่มรายนี้ต้องประสบกับปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่เข้าที่เข้าทางตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วมาจนถึงฤดูกาลปัจจุบัน และตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังมีข่าวเชื่อมโยงเรื่องความสนใจที่จะดึงตัว เจมี่ วาร์ดี้ นักเตะหนุ่มของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมด้วย หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับฝันร้ายในช่วงสองสัปดาห์แรกของการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก

มาร์คัส แรชฟอร์ด ฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงพักระหว่างฤดูกาลเพื่อให้ฟอร์มการเล่นของเขากลับมาเข้าที่อีกครั้ง ซึ่งเขาก็พยายามโชว์ฝีมือของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อโอกาสที่จะได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก แต่ว่านักเตะหนุ่มทีมชาติอังกฤษรายนี้ก็ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นเหมือนเดิมในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล โดยเขาไม่มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมในเกมที่พ่ายให้กับ ไบรท์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด ด้วย

เมื่อช่วงไม่กี่วันมานี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้มีข่าวเรื่องการย้ายทีมไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรฟุตบอลดีกรีแชมป์ ลีกเอิง ฤดูกาลล่าสุดในฝรั่งเศส ซึ่งรายงานได้ระบุว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้องการ มาร์คัส แรชฟอร์ด มาเป็นกำลังเสริมให้กับทีมในตำแหน่งของ คีเลียน เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี และจากรายงานข่าวเหล่านี้ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางคนอาจจะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าสัญญาของเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะหมดลงหลังจากจบฤดูกาลนี้ แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังมีตัวเลือกที่จะต่อสัญญาอัตโนมัติกับเขาอีก 1 ปี และนั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องขาย มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ได้ ซึ่งสมาชิกในทีมบางคนในทีมก็ไม่เห็นว่าการย้ายไปที่ ปารีส ในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาฝีมือของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้อย่างไร แต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าทางด้านของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็น่าจะออกจากสโมสรในเร็วๆ นี้

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ผู้เล่นบางคนของ แมนฯยูไนเต็ด เริ่มไม่แฮปปี้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด

เอริค เทน ฮาก ชี้ แมนเชสเตอร์ ยังมีข้อผิดพลาด แม้จะชนะ ลิเวอร์พูล ได้

เอริค เทน ฮาก ชี้ แมนเชสเตอร์ ยังมีข้อผิดพลาด แม้จะชนะ ลิเวอร์พูล ได้

เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตำหนิผู้เล่นของเขาเกี่ยวกับความผิดพลาดในเกมกระชับมิตร แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 4-0 ได้ในเกมแรกที่เขารับหน้าที่คุมทีมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้คว้าถ้วยรางวัลในการแข่งขัน บางกอก เซ็นจูรี่ คัพ มาครองได้ และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เห็นรูปแบบการเล่นที่ เอริค เทน ฮาก เอามาใช้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอริค เทน ฮาก ได้ส่งนักเตะของเขาทั้ง 22 คนลงสนามที่ ราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลแรกของเขาในสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานในครึ่งแรกได้ดีกว่า และถล่มยิงนำไปก่อน 3 ประตูจากการทำประตูของ จาดอน ซานโช, เฟร็ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และแม้ว่าในครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ได้ฟอร์มร้อนแรงเหมือนในครึ่งแรก แต่ทางด้านของ ฟาคุนโด เปลลิสตรี ก็ได้ซัดประตูที่ 4 ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นฝ่ายเอาชนะไปในรายการนี้

เอริค เทน ฮาก ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาพอใจกับผลงานโดยรวมของทีม โดยเฉพาะโอกาสทำประตูของพวกเขาที่สามารถทำได้ดี แต่ เอริค เทน ฮาก ได้ประเมินผลงานของทีมเขาอีกครั้งหลังจบเกม เขาก็ยังมองว่าทีมของเขายังมีข้อผิดพลาดอยู่ แม้ว่าจะสามารถเอาชนะในเกมนี้ไปได้ และ เอริค เทน ฮาก พยายามที่จะเสริมความเข็งแกร่งให้กับทีมของเขาในทุกๆ ด้าน และอยากให้ทีมของเขาสมบูรณ์แบบที่สุดก่อนที่จะเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก

โพสท์ใน บทความฟุตบอล | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เอริค เทน ฮาก ชี้ แมนเชสเตอร์ ยังมีข้อผิดพลาด แม้จะชนะ ลิเวอร์พูล ได้

อังเก้ ปอสเตโคกลู เตรียมดึงคีเวลล์มาเป็นทีมสตาฟฟ์โค๊ชในฤดูกาลหน้า

อังเก้ ปอสเตโคกลู เตรียมดึงคีเวลล์

แฮร์รี่ คีเวลล์ อดีตดาวเตะทีมชาติออสเตรเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมเบื้องหลังของ อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือของทีม เซลติก ซึ่งก่อนหน้านี้ แฮร์รี่ คีเวลล์ ต้องตกงานหลังจากถูกไล่ออกจาก บาร์เน็ต เมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่คุมทีมได้แค่เพียง 4 เดือนเท่านั้น และในตอนแรก อังเก้ ปอสเตโคกลู เผยว่าเขาไม่มีแผนที่เพิ่มสตาฟฟ์โค๊ชเข้ามาในทีมในฤดูกาลหน้าด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากคว้าแชมป์ สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ และ ลีก คัพ ในฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม และตอนนี้ อังเก้ ปอสเตโคกลู ก็ต้องการให้อดีตนักเตะกองหน้าของ ลิเวอร์พูล และ ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้าร่วมเป็นโค้ชในทีมชุดใหญ่ของ เซลติก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แฮร์รี่ คีเวลล์ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งใรทีมสตาฟฟ์โค๊ชของ อังเก้ ปอสเตโคกลู ในการคุมทีมชาติออสเตรเลีย รวมถึงสโมสร เมลเบิร์น วิกตอเรีย ด้วย

แฮร์รี่ คีเวลล์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งหนึ่งที่ อังเก้ ปอสเตโคกลู บอกผม และสิ่งนี้ติดอยู่กับผมคือเขาบอกให้ผมเลือกเดินตามทางของเราเอง เมื่อเรามัวแต่ฟังเสียงของคนอื่นอาจจะทำให้เราเจอแต่ปัญหา”

ปีที่ผ่านมามีหลายคนเชื่อว่า อังเก้ ปอสเตโคกลู ไม่สามารถช่วยยกระดับทีม เซลติก ได้ แต่เขาได้ตรอกกลับคำวิจารณ์เหล่านั้นด้วยผลงานที่เขาทำร่วมกับทีมด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ชิพ รวมถึง สกอตติช คัพ ด้วย แม้ว่าเขาจะเปิดฤดูกาลได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเหมาสมที่จะคุมทีมต่อไป

โพสท์ใน บทความฟุตบอล | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน อังเก้ ปอสเตโคกลู เตรียมดึงคีเวลล์มาเป็นทีมสตาฟฟ์โค๊ชในฤดูกาลหน้า

ซิโก้ VS มาราโดนา สองตำนานราชันย์

ซิโก้ ปะ มาราโดน่า

บราซิล กับ อาร์เจนตินา 2 ชาตินี้เป็นอริต่อกันในเชิงลูกหนังกันมาช้านาน พวกเขามักจะแก่งแย่งความเป็น 1 ของทวีป กระทั่งความเป็น 1 บนจักรวรรดิลูกหนังกันมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสำเร็จในการคว้าแชมป์ระดับทวีป , แชมป์โลก การส่งออกนักเตะไปค้าแข้งยังลีกต่างแดน โดยเล็งจุดหมายปลายทางไว้ที่ยุโรป ดูเหมือนว่าบราซิลจะดูเป็นเต้ยมากกว่าถ้ามองในถึงยุคสมัยในอดีต

แต่กระนั้นแล้วมันก็มีอีกหลาย Event เลยทีเดียวที่บราซิลกับอาร์เจนตินา ต้องมาแข่งขันกันในแง่ของการปะทะกันด้วยโปรไฟล์และฝีเท้าของนักเตะแบบรายบุคคล โดยเฉพาะกับสตาร์นักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็น “เบอร์ 1” ของชาติตัวเองในช่วงเวลานั้นๆ บราซิลนั้นหลังจากที่หมดยุคของ “เปเล่” พวกเขาก็ได้ทำความรู้จักกับยอดนักเตะที่ได้รับฉายาว่า “เปเล่ขาว” อย่างตัวของ “อาตูร์ อันตูเนส โกอิมบรา” หรือที่รู้จักกันสั้นๆในชื่อว่า “ซิโก้” ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกชาวบราซิล

ส่วนทางฟากของ อาร์เจนตินา ในช่วงเวลาที่ “ซิโก้” ของฝั่งบราซิลเริ่มเข้าสู่ยุคปลายของความรุ่งโรจน์ของตัวเอง มันก็กลายเป็นช่วงเวลาที่ “ดิเอโก้ มาราโดนา” ตำนานแข้งซ้ายทองคำของชาติฟ้าขาวขึ้นมาสู่จุดพีคเลยทีเดียว 2 ตำนานหมายเลข 10 แห่งแดนละตินคู่นี้ มีโอกาสได้ลงประฝีเท้าต่อกันอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในระดับสโมสรและทีมชาติของตัวเอง ว่าแต่ว่าพวกเขาที่นับถือต่อกันและกันจนมองได้ว่าเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งร่วมตำแหน่งหมายเลข 10 ใครดีกว่ากัน วันนี้ เราจะมาลงลึกถึงทั้งคู่กันเลย โดยต้องขอบคุณข้อมูลจาก MVPKICK.COM เว็บไซต์ข้อมูลฟุตบอลที่อัดแน่น รวมถึง ผลบอลสด มีให้ติดตามครบทุกแมตซ์ มาอ่านกันต่อเลย

การใช้เท้าสองข้าง …

ในส่วนนี้นั้น มาราโดนา “ด้อยกว่า” ตัวของ ซิโก้ อย่างชัดเจน ! เพราะตั้งแต่สมัยที่เป็นตัวทีมเยาวชนของสโมสร ฟลาเมงโก้ ตัวของ ซิโก้ ได้รับการฝึกฝนในการเพิ่มพละกำลังทางกล้ามเนื้อ และได้รับการฝึกฝนให้ใช้งานเท้าสองข้างให้มีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย มันส่งผลอย่างมากต่อการเล่นฟุตบอลของ ซิโก้ เพื่อเขาสามารถปิดสกอร์หรือเปิดบอลได้ทั้งซ้ายและขวาอย่างแนบเนียน ซึ่งนักเตะที่ใช้เท้าสองข้างได้เนียนตาพอกันนั้นหาได้ยากมากในยุคสมัยดังกล่าว มันต้องอาศัยการฝึกฝนตั้งแต่เด็กๆเลยทีเดียว
สวนทางกับ มาราโดนา เขามี “เท้าซ้าย” เป็นขีปนาวุธชั้นเลิศ ที่สามารถใช้มันเปิดกระป๋องยังได้ด้วยซ้ำไป เขาสามารถใช้ซ้ายชั่งทองของเขาในการครีเอตทุกอย่างในสนาม ไล่ตั้งแต่การเลี้ยงบอล , ยิงประตู จ่ายบอล ทำทุกอย่างด้วยซ้ายเพียงข้างเดียวของเขา
แต่เมื่อบอลเข้าเท้าขวาของเขา มาราโดนาก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ และหากบอล มันไปเข้าเท้าขวาจริงๆ สิ่งที่ “พี่เตี้ย” จะทำในจังหวะต่อมาก็คือการไขว้รับบอลหรือเปิดบอลด้วย “ลาโบนา” อันเป็นการไขว้ขาอีกข้างมาตวัดบอลหลังขาข้างหลัก ดังนั้นแล้วเรื่องการใช้เท้าข้างไม่ถนัดนั้น ซิโก้ ชนะ มาราโดนา ไปอย่างใสๆเลยทีเดียว

ความเป็น “จอมทัพ” …

ส่วนนี้นั้น มาราโดนา เข้าวินไปแบบชิลๆ เลยทีเดียว ! เราสามารถกางดูได้เลยว่าจากสถิตินั้น ซิโก้ มียอดการทำประตูที่สูงกว่า มาราโดนา อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ด้วยสาเหตุที่ว่า ซิโก้ มีความมั่นใจในตัวเองอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องการทำประตู เขาเป็นนักเตะสไตล์ “หน้าต่ำ” ที่ชอบการยิงประตูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับการยิงประตูทั้งจากจังหวะ Open Play และการยิงจากจังหวะ Set Play เขาเหมายิงได้หมดเลยจริงๆ แต่ว่าเพราะเน้นยิงจนคว้ารางวัลดาวซัลโวมาหลายสถาบันนี่แหละ มันเลยเป็นคำถามว่าถ้าวัดกันในเรื่องของความเป็น “จอมทัพ” ตัวของเขากับ มาราโดนา ใครมีมากกว่ากัน

มาราโดนา เป็นนักเตะที่มีพลังแฝงบางอย่าง เขาสามารถเป็นผู้นำของทีมได้ คาดปลอกแขนกัปตันทีมนาโปลีและอาร์เจนตินา มีความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ซิโก้ ไม่ค่อยได้สัมผัสกับบทบาทนี้ ในทีมชาติบราซิลนั้นกัปตันทีมชาติก็เป็นโซคราติส ในสโมสรก็ยังไม่ใช่เขา แถมมาราโดนายังเป็นคนที่สามารถดึงความสามารถของเพื่อนร่วมทีมออกมาได้ ฉลาดในการทำเกมและการจ่ายบอล ชอบลงมาเล่นตรงกลางสนามเพื่อทำเกมเองบ่อยครั้ง สามารถกำหนดจังหวะการเล่นของทีมได้เฉียบขาดกว่า ไม่ได้เน้นในการทำประตูด้วยตัวเอง ฉะนั้นแล้วเรื่องความเป็นจอมทัพ มาราโดนา จึงเข้าวินไปแบบชิลๆ

การพลิกเกม …

ส่วนนี้นั้น ก็ยังคงเป็นมาราโดนา ที่เข้าวินอย่างชัดเจนอีกเช่นเคย สำหรับตัวของ ซิโก้ เขามีเพื่อนร่วมทีมระดับชั้นแนวหน้าหลายคนคอยช่วยเหลือในแดนกลาง ทำให้บางครั้งการพลิกเกมให้จากหน้ามือเป็นหลังมือก็ไม่ได้เกิดจากเจ้าตัว แต่สำหรับมาราโดนา คู่ต่อสู้จะจับจ้องตัวของเขาเป็นพิเศษ และพยายามให้ มาราโดนา ได้บอลน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงอย่างไร โคตรนักเตะแบบเขาก็ยังหาช่องในการพลิกเกมได้ อย่างเช่น … การพลิกจ่ายบอลจังหวะสำคัญจนทำให้ อาร์เจนตินา ได้แชมป์โลกไปครองนั่นเอง !

การยิงประตู

ไม่เถียงเลยว่าเรื่องนี้ ซิโก้ “กินขาด” เพราะตัวของ ซิโก้ นั้นครั้งหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาโปรดปรานการทำประตูเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพังสกอร์ในแบบของลูกนิ่งและลูก Open Play เขาสามารถทำได้ดีทั้งหมดเลยทีเดียว หรือจะเป็นการพาบอลเข้าไปยิงเอง การซัดไกลจากนอกเขตโทษ เขาทำได้ดีไปหมดเลยจริงๆ และแต่ละลูกนั้นเป็นลูกยิงที่เด็ดขาด สามารถรับประกันได้เลยว่าถ้าบอลพุ่งออกจากเท้าของเขานั้นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ให้กับทีมได้

ในขณะที่ตัวของ มาราโดนา เขาไม่ได้มียอดการทำประตูที่เยอะเวอร์เหมือนกับที่ ซิโก้ ทำได้ เพราะสไตล์ของ มาราโดนา เขาชอบที่จะปั้นเกมให้กับเพื่อนด้วย หรือเลี้ยงบอลเพื่อเปิดพื้นที่แนวรับ ทำให้เพื่อนร่วมทีมว่าง แต่ถ้าให้ยิงประตูล่ะก็เขาเองก็ทำได้ดีเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการยิงจาก Open Play หรือ Set Play ตัวของ มาราโดนาทำได้ดีหมด มาราโดนา ยิงไม่เยอะเท่ากับ ซิโก้ แต่เขามีลูกยิงสวยๆที่แฟนบอลจดจำจนเป็นตำนานขึ้นหิ้ง ไม่มีใครลืมเลยก็หลายต่อหลายประตูเช่นกัน ชนิดที่ว่า ซิโก้ ยิงคมกว่า ยิงเป็นหลัก 800 กว่าประตู แต่ที่มาราโดนายิงได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของซิโก้ แต่กลับเป็นที่จดจำได้มากกว่ามันก็น่าคิดแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตูจากจังหวะเตะมุมโดยตรงตอนเล่นให้กับ นาโปลี … การเดาะบอล 2 จังหวะก่อนจะยิงประตูจากวงกลมกลางสนามในสมัยเล่นในลีกบ้านเกิด …

การเลี้ยงบอลจากครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูใส่ทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 1986 และยังฝากลูกแฮนด์บอลอันเป็นตำนานไว้ในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน นัดเดียวกันด้วยอีก อ้อ แล้วก็ขาดไม่ได้กับการลากบอลโซโล่เข้าไปชิพข้ามตัวของ ฌอง-มารี พัฟฟ์ นายทวารทีมชาติเบลเยียมในรอบ 4 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 1986 หรือจะเป็นการเลี้ยงโซโล่เข้าไปยิงใส่ เรอัล มาดริด ในเอล คลาซิโก้ จนแฟนบอลมาดริดต้องลุกขึ้นปรบมือให้เกียรติ ….

จริงอยู่ที่ว่า ซิโก้ ระเบิดตาข่ายในลีกแซมบ้าจนคว้ารางวัลดาวซัลโวมาได้ก็หลายสถาบัน แต่ตัวของ มาราโดนา ก็เคยคว้ารางวัล “ดาวยิงสูงสุดของกัลโช เซเรียอา” มาครองได้ด้วย ซึ่งเป็นยุคที่กัลโช เต็มไปด้วยแข้งกองหลังระดับต่างดาวทั้งสิ้น เตะเป็นเตะ ถีบเป็นถีบ แต่เขาที่เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกแท้ๆ กลับได้รางวัลดาวซัลโวของลีก ใขณะที่ ซิโก้ ที่ตามมาเล่นในกัลโชเช่นกันในตอนหลัง ยังไม่สามารถทำได้ !

การเลี้ยงบอล

ต้องเรียกว่าเรื่องเลี้ยงบอลนั้น สองตำนานจอมทัพแดนละติน ทำได้อย่างสูสี คู่คี่กันเป็นอย่างมาก ทั้งคู่ต่างมีทักษะในการเลี้ยงบอล ครองบอลที่เหนียวแน่น แย่งบอลจากเท้าได้ยากมาก และที่สำคัญคือทั้งคู่รู้ดีเลยว่าจังหวะแบบไหนควรจะเลี้ยงบอลไปเอง หรือควรจะปล่อยบอลให้เพื่อน แต่การเลี้ยงบอลของพวกเขานี่แหละที่มันทำให้แนวรับฝั่งตรงข้ามโดนฉีกออกเป็นริ้วๆ มาราโดนา เลี้ยงบอลเป็นแต่เท้าซ้าย แต่เขามีสปีดต้นและมีความเร็วในตัว มีความแข็งแกร่ง แย่งบอลยาก สามารถพาบอลพลิ้วคู่ต่อสู้เข้าไปในเขตโทษก่อนจะเลือกเช็คบอลเองหรือจะป้ายบอลให้เพื่อนที่ว่างอยู่ เพราะกองหลังฝั่งตรงข้ามกรูกันเข้ามารุมจับตายเขา ให้ยิงประตูแบบง่ายๆไปเลย

ส่วนทางด้านของ ซิโก้ เขาไม่ได้มีความเร็วแบบที่มาราโดนามีในตัว แต่เขากลับเลี้ยงบอลติดเท้า โยกบอลหลบบ้าง แตะหลบเล็กน้อยก็สามารถไปต่อได้แล้ว และเมื่อพาบอลหลุดเข้าไปในพื้นที่ระยะทำการ จะเป็นนอกเขตโทษหรือเป็นในเขตโทษ เขาก็สามารถหวดตูมได้จากเท้าสองข้างได้ในที่สุด การเลี้ยงกินตัวของสองจอมทัพหมายเลข 10 คู่นี้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนักเตะฝั่งตรงข้ามเลยทีเดียว แค่จะเข้าไปแย่งบอลก็อาจจะกลายเป็นการเข้าพรวดจนโดนแตะบอลลอดขา หรือโดนพวกเขาใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการหลอกล่อจนหัวทิ่มหัวตำ และจากนั้นพวกเขาก็พาบอลพลิ้วหนีไปได้แบบสบายๆ

ก็ไม่น่าแปลกใจจริงๆที่เรื่องการเลี้ยงบอล คู่นี้กินกันไม่ลงเลยจริงๆ และที่สำคัญก็คือ จังหวะการเลี้ยงบอลของทั้งคู่มันเรียกฟาล์วได้บ่อยมาก โดยเฉพาะหน้าเขตโทษ ถ้าคู่ต่อสู้ปล่อยให้จอมทัพคู่นี้เลี้ยงบอลพลิ้วจนเข้าพื้นที่อันตรายหรือหลุดไปในเขตโทษ โอกาสเสียประตูนี่ก็แทบจะเป็น 100% หนทางที่จะหยุดทั้งคู่ได้ก็คือการอัดฟาล์วก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในเขตโทษ แต่ว่าพออัดฟาล์วหน้าเขตโทษก็ต้องเสียฟรีคิก ความซวยก็จะมาเยือนอีกนั่นก็คือ สองคนนี้คือตัวซัดฟรีคิกที่เท้าฉมังมากที่สุด แถมยิงคมพอๆกันด้วย เรียกว่ามีแต่เสียกับเสียเลยจริงๆ

การจ่ายบอล

เพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 แค่ชื่อบทบาทก็น่าจะชัดเจนแล้วว่าพวกนี้จะต้องมีความสามารถในด้านการ “จ่ายบอลคิลเลอร์พาส” ให้เพื่อนปิดสกอร์ได้ง่ายดายที่สุด ขอแค่ว่ามีช่องว่างเพียงนิดเดียว จะต้องทำให้เพื่อนหลุดเข้าไปยิงประตูได้ง่ายๆ แล้วก็บังเอิญจริงๆว่า ในด้านการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูนั้น ซิโก้ กับ มาราโดนา ก็ดันมีขีดความสามารถในด้านนี้ระดับที่ “เท่าเทียมกัน” ชนิดที่ว่ากินกนไม่ลงเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าจังหวะการจ่ายบอลของ มาราโดนา ที่สามารถทำลายแผงเกมรับของคู่ต่อสู้ได้ในพริบตานั้นมันดูชัดเจนและเป็นที่จดจำของแฟนบอลมากกว่านั่นเอง

การแอสซิสต์หรือจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูของ ซิโก้ นับว่าเด่นไม่แพ้กัน อย่างเช่นในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หรือที่ในอดีตเราได้เรียกชื่อถ้วยนี้ว่า โตโยต้าคัพ ที่ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น มันจะเป็นการนำเอาทีมแชมป์จากทวีปอเมริกาใต้ มาดวลแข้งกับทีมที่ได้แชมป์ยุโรป และในคราที่ ซิโก้ เล่นให้กับฟลาเมงโก้ เขาเป็นคนพาทีมคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอร์เรสคัพจนได้เข้ามาเล่นในถ้วยโตโยต้าคัพที่ญี่ปุ่น โดยจะได้เจอกับทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปัจจุบัน) มาเป็นคู่ต่อกรด้วย

และในเกมดังกล่าว ซิโก้ ไม่สามารถทำประตูได้ แต่เขาสามารถฉีกเกมรับของลิเวอร์พูลได้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และยังสามานรถทำแอสซิสต์ได้มากถึง 2 ครั้งจากสกอร์ 3-0 ที่ฟลาเมงโก้ แถมแต่ละลูกนั้นคือลูกแทงทะลุช่องสไตล์แซมบ้าสุดคมกริบที่ลิเวอร์พูลนั้นก็ยากจะรับมือ สุดท้ายนั้น ฟลาเมงโก้ ได้แชมป์โลกไปครองในที่สุด แล้วเราก็จะกลับมาดูที่สไตล์การจ่ายลูกคิลเลอร์พาสของ มาราโดนา เขามีลูกแอสซิสต์ที่แฟนบอลจดจำจนขึ้นหิ้งอยู่หลายต่อหลายลูก เราก็ลองนึกถึงจังหวะที่เจ้าตัว ได้บอลบริเวณกลางสนาม ก่อนที่จะสบช่องเพียงนิดเดียว จ่ายบอลทะลุแนวรับด้วยซ้ายชั่งทองของเขา ให้ตัวของ ฆอร์เก้ เบอร์รูชาก้า กองกลางเพื่อนร่วมชาติ ได้ควบพาบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงสวนตัว ชูมักเกอร์ นายทวารฝั่งของเยอรมัน จนมันกลายเป็นประตูชัยที่ทำให้ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 ไปครองได้สำเร็จ

และอีกครั้งก็คือในฟุตบอลโลก 1990 ในเกมที่อาร์เจนตินา เจอกับคู่แค้นอย่างทีมชาติบราซิล มาราโดนาที่โดนรุมอยู่คนเดียว ก็จัดการจ่ายบอลลอดช่องนักเตะบราซิลที่เข้ามาล้อมเขาถึง 5 คนให้ เคลาดิโอ คานิกเกีย กองหน้าคู่หูในทีมชาติชุดนี้ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปกระซวกประตูชัยให้ อาร์เจนตินา เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ฟรีคิก

ต้องบอกว่าสกิลของทั้งสองคนนี้ “คมพอกัน” โดยเฉพาะกับเรื่องฟรีคิก มันคืออีก 1 อาวุธเด็ดที่สองจอมทัพหมายเลข 10 คู่นี้ชำชองพอๆกันเลยทีเดียว แถมยังมีฟรีคิกสวยๆที่แฟนบอลจดจำกันได้อยู่หลายๆลูกจากฝีเท้าของทั้งคู่เลยทีเดียว ยิ่งถ้าหากว่ามันเป็นฟรีคิกที่ได้ยิงในเหลี่ยมเท้าข้างถนัดของทั้งคู่ด้วยล่ะก็ รับรองเลยว่าโอกาสได้ประตูมีสูงมาก ถ้าหากเป็นฟรีคิกที่ขยับกำแพงมาทางซ้าย คนถนัดขวาแบบ ซิโก้ ก็จะยิงได้แบบง่ายๆ หรือถ้าเป็นฟรีคิกที่ขยับกำแพงมาทางขวา มันคือเหลี่ยมระยะทำการของคนถนัดซ้ายแบบ มาราโดนา ที่พร้อมยิงในทันที

ลูกฟรีคิกที่ทั้งสองคนยิงได้นั้น มีที่เด่นๆหลายลูกเลยทีเดียว อย่างเช่นตัวของ ซิโก้ เขาเป็นนักเตะที่แก้มือในเรื่องการยิงฟรีคิกได้ดีเป็นอย่างมาก เขาเป็นคนที่เมื่อมีโอกาสยิงฟรีคิกลูกแรก ถ้าหากผู้รักษาประตูพุ่งปัดลูกยิงที่ได้ยิงในเหลี่ยมถนัดของเขาได้ หากได้ยิงอีกครั้งในมุมเดิม สิ่งที่เขาจะทำก็คือการเลือกปั่นไปยังมุมตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นายทวารฝั่งตรงข้ามไม่คาดคิดว่าเขาจะยิงนั่นเอง และยังมีลูกฟรีคิกสุดสวยที่เขายิงใส่สกอตแลนด์จนเป็นประตูตีเสมอในฟุตบอลโลก 1982 อีกด้วย

ส่วนทางด้านของ มาราโดนา เขาเองก็มีลูกฟรีคิกที่แม่นฉมังเกินห้ามใจเช่นกัน ส่วนลูกฟรีคิกที่เจ้าตัวทำได้จนเป็นที่จดจำของแฟนบอลก็อย่างเช่น … ลูกฟรีคิก 2 จังหวะที่เขาให้เพื่อนร่วมทีมเขี่ยเปลี่ยนจุดให้ยิง ซึ่งแน่นอนว่านักเตะฝั่งตรงข้ามกับนายทวารก็คิดว่า มาราโดนา คงจะปั่นไปยังอีกมุมเป็นแน่ แต่ไม่ใช่เลย เขาให้เพื่อนเขี่ยบอลเปลี่ยนจุดก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้ยิงอ้อมกำแพงเข้าเสาไกลแบบที่คาด แต่เขาก็ยังปั่นข้ามกำแพงเสียบสามเหลี่ยมเสาเดิมที่ซึ่งอันที่จริงไม่ต้องเขี่ยบอลเปลี่ยนจุดก็ได้ แต่มันคือการหลอกที่แนบเนียนอย่างมาก และในเกมดังกล่าว เขายิงใส่ทีมที่ชื่อ “ยูเวนตุส”

โพสท์ใน บทความฟุตบอล | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ซิโก้ VS มาราโดนา สองตำนานราชันย์

แรมซีย์ ตอบคำถามอนาคตหลังเตรียมชิงยูโรป้ากับ เรนเจอร์ส

แรมซีย์ ตอบคำถามอนาคตหลังเตรียมชิงยูโรป้ากับ เรนเจอร์ส

อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ตัวยืมจากทีมยูเวนตุส ของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ออกมาตอบโต้คำถามเกี่ยวกับอนาคตของเขา ในขณะเดียวกันที่เขากำลังตั้งเป้าคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก หลังได้แชมป์ลีกในประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วหนึ่งรายการ

มิดฟิลด์วัย 31 ปี นั้นเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บแบบเดียวกันในประเทศสก็อตแลนด์และเขาจะกลับไปที่ ตูริน ในซัมเมอร์นี้ เพื่อเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายของเขากับทีม “ม้าลาย”

“มันเป็นสิ่งที่จะต้องตัดสินใจหลังจบฤดูกาลนี้ แต่ว่ามันยังไม่มีอะไรอัพเดท” อารอน แรมซีย์ กล่าวก่อนเกมชิงแชมป์ยูโรป้า ลีก ในวันพุธนี้

“ผมกำลังเข้าสู่สัญญาอีกไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายของผมที่นี่และหวังว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผม ผมมั่นใจว่าเราจะมีการเจรจาพูดคุยกันหลังจบฤดูกาลนี้ แต่ว่าในตอนนี้ ผมกำลังโฟกัสเป็นอย่างยิ่งและพยายามคว้าแชมป์ 2 รายการให้ได้กับทีมกลาสโกว์ เรนเจอร์ส”

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน แรมซีย์ ตอบคำถามอนาคตหลังเตรียมชิงยูโรป้ากับ เรนเจอร์ส

น้าบาร์นส์ เชื่อ เดอ ยอง เหมาะรียูเนี่ยน เท็น ฮาก ที่ แมนฯยูฯ

น้าบาร์นส์ เชื่อ เดอ ยอง เหมาะรียูเนี่ยน เท็น ฮาก ที่ แมนฯยูฯ

จอห์น บาร์นส์ อดีตตำนานนักเตะชื่อดัง นั้นเชื่อว่า แฟรงกี้ เดอ ยอง เหมาะที่จะย้ายมาร่วมทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และร่วมงานกันอีกครั้งกับ เอริค เท็น ฮาก ในซัมเมอร์นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นประกาศเปิดตัว เอริค เท็น ฮาก อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและผู้จัดการทีมชาวดัตช์ก็จะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อเข้ามาแทนที่ของกุนซือชั่วคราวอย่าง ราล์ฟ รังนิก หลังจบฤดูกาลนี้

“ถ้าหากว่า เอริค เท็น ฮาก อยากได้ แฟรงกี้ เดอ ยอง ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันก็จะเป็นดีลที่เหมาะสมสำหรับการร่วมงานกันอีกครั้งกับอดีตนักเตะของเขา” จอห์น บาร์นส์ กล่าว

“ไม่ว่าใครก็ตามที่ เท็น ฮาก ต้องการ คุณต้องมอบพวกเขาให้กับเขา เขารู้จัก เดอ ยอง เป็นอย่างดี ชื่นชมเขาและเขาก็เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมากๆ เมื่อผู้จัดการทีมเข้ามาคุมทีมแมน ยูไนเต็ด พวกเราจำเป็นต้องทำทุกอย่างอย่างที่พวกเขาต้องการและสโมสรไม่สามารถบงการเขาได้”

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน น้าบาร์นส์ เชื่อ เดอ ยอง เหมาะรียูเนี่ยน เท็น ฮาก ที่ แมนฯยูฯ

ปิเก้ จวก บาร์โตเมว โกหกใส่หน้าเขากับ เมสซี่

ปิเก้ จวก บาร์โตเมว โกหกใส่หน้าเขากับ เมสซี่

เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังจอมเก๋าของทีมบาร์เซโลน่า ออกมาโจมตีอดีตประธานสโมสรคนเก่าอย่าง โจเซ็ป มาเรีย บาร์โตเมว ที่โกหกต่อหน้าเขาตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาและเรื่องของคดีคอรัปชั่นของ ลิโอเนล เมสซี่

โจเซ็ป มาเรีย บาร์โตเมว ถูกบีบให้ลาออกมาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 และ เคราร์ด ปิเก้ เองก็เป็นหนึ่งคนที่ออกมาสนับสนุน บาร์โตเมว ก่อนที่จะออกมาสารภาพว่าเขาเสียใจกับการตัดสินใจนั้น

“ทำไมผมต้องโกรธ บาร์โตเมว? เพราะว่าเขาโกหกผมเกี่ยวกับคดีคอรัปชั่น เมื่อสโมสรออกมาปกป้องนักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และพูดแบบนั้ต่อหน้าผมว่าเขาไม่รู้อะไรเลย” เคราร์ด ปิเก้ กล่าว

“พวกเราบอกกับเขาว่าพวกเรายอมรับคำพูดของเขาและพวกเราก็คาดหวังให้เขาออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนั้นผมก็รู้ว่าเขาเป็นคนทำ สำหรับผมในการโกหกต่อหน้าผมในเรื่องที่ซีเรียสแบบนั้นและพวกเราก็กลายเป็นคนโง่ทันทีที่พวกเราออกมาปกป้องเขาด้วย”

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ปิเก้ จวก บาร์โตเมว โกหกใส่หน้าเขากับ เมสซี่

เมอร์ฟี่ เตือน “ผี” เรื่องตั้ง อันเชล็อตติ

เมอร์ฟี่ เตือน “ผี” เรื่องตั้ง อันเชล็อตติ

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตมิดฟิลด์ชื่อดังของทีมลิเวอร์พูล ออกมาเตือนทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับการแต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ เป็นผู้จัดการทีมคนต่อไปของพวกเขาและเชื่อว่าพวกเขาควรแต่งตั้งใครที่มีความมั่นคงและไม่ย้ายทีมบ่อยๆ

ในขณะที่ ราล์ฟ รังนิก นั้นเป็นกุนซือชั่วคราวของทีม แต่กระนั้นก็จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้และผันตัวเป็นที่ปรึกษาของสโมสรด้วยสัญญา 2 ปี

“ผมไม่คิดแบบนั้นนะ ฟังนั้น ผมมีความเคารพอย่างสูงให้กับเขาจากสิ่งต่างๆที่เขาประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา” แดนนี่ เมอร์ฟี่ กล่าวกับ talkSPORT

“เขาไม่ทำงานกับสโมสรไหนเกินกว่า 2 ปี นอกไปเสียจาก เอซี มิลาน สโมสรที่เขารักและเขาก็อยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลา 8 ปี แต่ว่ามันก็นานมาแล้วเช่นกัน เขาอยู่ที่ เชลซี แค่เพียง 1-2 ฤดูกาล อยู่กับ ปารีส 1-2 ฤดูกาล, เรอัล มาดริด อีก 1-2 ฤดูกาล และอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ไม่ถึงปีก่อนไป มาดริด อีกครั้ง”

โพสท์ใน ข่าวล่าสุด | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เมอร์ฟี่ เตือน “ผี” เรื่องตั้ง อันเชล็อตติ

เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ดำเนินการอย่างชาญฉลาดในการขยายสัญญากับเหล่าผู้เล่นคนสำคัญด้วยสัญญาระยะยาว

เจา คันเซโล่ ตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ที่สโมสรจนถึงปี 2027 ในขณะที่เหล่าดาวรุ่งอย่าง เจมส์ แม็คอาตี้, จอช วิลสัน-เอสแบรนด์ และ ออสการ์ บ็อบบ์ ก็ขยายสัญญาระยะยาวเช่นกัน

เควิน เดอ บรอยน์, รูเบน ดิอาส, เอแดร์ซอน, จอห์น สโตนส์ และ โคล พาลเมอร์ ได้ต่อสัญญาเช่นกัน ฟิล โฟเด้น คาดว่าจะต่อสัญญาในเร็ว ๆ นี้ เช่นเดียวกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ และ อิลคาย กุนโดกัน ที่มีข่าวเรื่องการต่อสัญญาเหมือนกัน

เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แจ็ค กรีลิช ที่ย้ายมาใหม่เพียงรายเดียวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาเพิ่มมิติและความแปลกใหม่ให้กับทีม แม้ว่าผลงานของเขาจะยังไม่ระเบิดระเบิดกับทีมก็ตาม กองหน้าคนใหม่น่าจะถูกเพิ่มเข้ามาก่อนเริ่มต้นฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับ ซิตี้ ที่ต้องการพัฒนาสโมสรอย่างต่อเนื่อง

กวาร์ดิโอล่า ปรับตัวเข้ากับ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค อย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่เหมือนกันเมื่อเขาย้ายมาในอังกฤษ ทีมขาดคุณภาพเมื่อเขารับช่วงต่อ และมีการยกเครื่องครั้งใหญ่ด้วยรูปทรงและขุมกำลังเชิงลึกที่เขาต้องการ

ความมั่นคงดังกล่าวน่าจะช่วยให้เหล่านักเตะตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ เช่นเดียวกับตัวของ กวาร์ดิโอล่า เองด้วย นายใหญ่ชาวสแปนิชเหลือสัญญาอีก 18 เดือน ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับสโมสรถึง 7 ปีเลยทีเดียว ยาวนานกว่าที่เขาเคยเป็นโค้ชกับสโมสรอื่น ๆ

เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

กวาร์ดิโอล่า เปิดเผยว่าการขยายสัญญากับนักเตะในช่วงหลังสะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของสโมสรในอนาคตและเขายังคงจดจ่ออยู่กับเป้าหมายความสำเร็จเช่นกัน

“ผู้จัดการทีมต้องทำงานหนักวันนี้ วันนี้ วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่สโมสรต้องทำงานเป็นพิเศษในวันพรุ่งนี้ หลังจากพรุ่งนี้ ในเดือนหน้า ปีหน้า พวกเขาไม่สามารถหยุดได้ และการตัดสินใจของสโมสรที่จะขยายสัญญาสำหรับผู้เล่นในอะคาเดมี่หรือขยายสัญญาสำหรับ เจา นั้นเป็นเพราะพวกเขากำลังทำงานเพื่ออนาคตและพวกเขาต้องทำสิ่งนี้” กวาร์ดิโอล่า กล่าว

มันไม่เพียงแต่รักษาฐานที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังปกป้องพวกเขาในตลาดซื้อขายจากการสูญเสียผู้เล่นคนสำคัญแบบฟรี ๆ ด้วย นักเตะดาวดังหลายคนตอนนี้ที่มีแววย้ายออกจากสโมสรของตัวเองแบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ว่าจะเป็น คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้, ปอล ป็อกบา, อุสมาน เดมเบเล่ และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ 

เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

มีผู้เล่นหลายคนที่สัญญากำลังจะหมดลง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เฆซุส ที่ยังเหลือสัญญาอีก 18 เดือน แต่ ซิตี้ ก้าวมาเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย บางทีที่สำคัญกว่านั้น ซิตี้ ยังมีกลุ่มผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่ทำงานให้กับ กวาร์ดิโอล่า เมื่อเข้าใจวิธีการของเขา และต้องให้เครดิตกับนายใหญ่ชาวสแปนิชด้วยการปรับปรุงพวกเขาในรายบุคคล

สโมสรจะไม่กดดันให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ และ กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่ได้ปฏิเสธการขยายสัญญาเพื่อให้เขาอยู่ต่อ เขามีความทะเยอทะยานในด้านอื่น ๆ เช่นกันไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมชาติ ซึ่งเขาบอกเป็นนัยว่าจะเป็นบทบาทต่อไปของเขาอย่างแน่นอน

การเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะในทีมหรือแม้กระทั่งการได้นักเตะใหม่เข้ามาอาจมองเป็นเรื่องที่ดี แต่การโน้มน้าวให้ กวาร์ดิโอล่า อยู่กับพวกเขาให้นานขึ้นต่างหากที่จะเป็นดีลที่สำคัญที่สุด 

โพสท์ใน บทความฟุตบอล | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เดอ บรอยน์, ดิอาส และ คันเซโล่ ต่างต่อสัญญาแล้ว! รายต่อไปมันควรจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า